แชมป์มวยโลกชาวไทย อำนาจ รื่นเริง ( 11 )

อำนาจมีความต้องการจะพบกับ โจว ซื่อหมิง ซึ่งเป็นคู่ปรับเก่าที่ได้หันมาชกมวยสากลอาชีพเช่นเดียวกันหลังจบโอลิมปิก 2012 ก่อนที่จะแขวนนวมไปในที่สุด ซึ่งอำนาจเคยชนะ โจว ซื่อหมิง ได้ 1 ครั้ง และแพ้ไป 2 ครั้ง โดยทั้งคู่มีกำหนดชกกันที่โคไทอารีนา ภายในเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558[16] โดยถือเป็นรายการใหญ่ที่จัดโดย บ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์ระดับโลกชาวอเมริกัน ในชื่อรายการว่า “โชว์ดาวน์แอตแซนด์” (Showdown at Sands) ผลปรากฏว่าอำนาจเป็นฝ่ายดักชก และสามารถเอาชนะคะแนนไปได้อย่างขาดลอยด้วยคะแนน 116-111 ของกรรมการทั้ง 3 เสียง แม้จะเป็นฝ่ายโดนนับ 8 ในยกที่ 2 จากจังหวะที่ทั้งคู่กอดรัดกันก็ตาม อีกทั้งระหว่างช่วงพักยกให้น้ำ อำนาจยังเป็นฝ่ายยืนอีกด้วย โดยไม่ขอนั่งเหมือนกับการชกกับ คาซูโตะ อิโอกะ ที่ประเทศญี่ปุ่น

แชมป์มวยโลกชาวไทย อำนาจ รื่นเริง ( 10 )

ต่อมาในต้นปี พ.ศ. 2557 ได้แชมป์โลกในรุ่นฟลายเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ด้วยการชิงแชมป์ว่าง ด้วยการเอาชนะคะแนน ร็อคกี้ ฟูเอนเตส นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 117-111, 116-112 และ 116-112 ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหลังการชกครั้งนี้อำนาจได้รับการยกย่องจากที่ประชุม IBF ที่แอตแลนติกซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ให้เป็นนักมวยยอดเยี่ยมของทวีปเอเชียด้วย โดยทุกครั้งที่อำนาจจะชกจะทำการฝึกซ้อมภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

แชมป์มวยโลกชาวไทย เด่น จุลพันธ์ ( 5 )

เด่นได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์คืนจากแชมป์คนใหม่ชาวญี่ปุ่น คัตสึนาริ ทากายามะ ที่ชนะคะแนนแย่งแชมป์ไปได้จากบุสโตส เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2548 และเด่นก็สอนเชิงเอาชนะคะแนนไปขาดลอย ได้เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 อีกครั้ง และยังสามารถป้องกันแชมป์ครั้งแรกชนะที.เค.โอ.ยก 7 เค็ง นากาจิมะ ไปอย่างสวยงาม ก่อนที่จะป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 เอาชนะคะแนนนักมวยกำปั้นหนัก โรเดล มายอล จากฟิลิปปินส์ไปอย่างสวยงาม

แชมป์มวยโลกชาวไทย เด่น จุลพันธ์ ( 4 )

ผู้ที่ได้ตำแหน่งมาจากการเอาชนะคะแนน วันดี สิงห์วังชา แชมป์คนเก่าชาวไทยได้ถึงเมืองไทย ที่โตเกียว เด่นไม่ทำให้ผู้สนับสนุนและชาวไทยผิดหวัง สามารถอาชนะคะแนนไปขาดลอยคว้าแชมป์โลกไปครองอย่างสุดสวย เด่นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกไปได้ด้วยการสอนเชิงผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น แล้วชนะคะแนนทางเทคนิคขาดลอย แต่ไฟต์ต่อมากลับพลาดท่ากระดูกไหล่ขวาหักชกต่อไปไม่ไหว ต้องขอยอมแพ้ ไอแซ็ก บุสโตส ผู้ท้าชิงชาวเม็กซิกันเสียแชมป์ไปในยกที่ 4 อย่างน่าเจ็บใจ

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 62 )

สมัยเป็นนักเตะ

เควิน คีแกน เริ่มต้นเป็นนักฟุตบอลจากการเป็นเด็กฝึกหัดของสคันธอร์ป ก่อนที่จะย้ายเข้าสู่ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 35,000 ปอนด์ คีแกนได้ลงเล่นเกมแรกให้ทีมชาติอังกฤษเจอกับทีมชาติเวลส์ ที่คาร์ดิฟฟ์ ก่อนจะช่วยลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยใน 3 ปีแรกที่แอนฟิลด์ ต่อมาในปี 1973 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ ยูฟ่าคัพ หลังจากสามารถเอาชนะโบรุสเซียมึนเช็นกลัดบัคได้สำเร็จ 3 ปีต่อมา คีแกนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีหลังพาลิเวอร์พูลชนะบรูเกส 4-3 ในประตูรวมคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ อีกสมัย

 

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 61 )

ปีถัดมาคีแกนตัดสินใจเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ซิตี และคุมทีมได้นาน 4 ปี ก็ขอลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลอีกเลยเป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะกลับมาคุมนิวคาสเซิลอีกเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 2008 เนื่องจากขัดแย้งกับบอร์ดบริหารของสโมสร

แชมป์มวยโลกชาวไทย ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ ( 7 )

ตกอับและปัจจุบัน

เมื่อเสียแชมป์โลกสมัยที่ 2 แล้ว การชกมวยของศิริมงคลเป็นไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ เนื่องจากเป็นมวยรุ่นใหญ่ หาผู้สนับสนุนยาก ศิริมงคลเป็นข่าวโด่งดังอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 เมื่อปรากฏเป็นข่าวว่าตำรวจได้ทลายจับแหล่งค้าสื่อลามกแหล่งใหญ่ย่านตลาดนัดสวนจตุจักร พบอัลบั้มนู้ดของอดีตแชมป์โลก ศิริมงคล อยู่ด้วย ซึ่งเจ้าตัวได้สารภาพว่า ถ่ายไปเพราะค่าตัวดี ประกอบกับขณะนั้นคิดจะแขวนนวม เนื่องจากขณะนั้น ศิริมงคลได้เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแฟชั่นและแสดงละครโทรทัศน์เป็นตัวประกอบทางช่อง 7 เช่น เรื่อง เปรตวัดสุทัศน์ และได้แสดงมิวสิกวีดีโอของวงโมทีฟ โดยแสดงคู่กับ ดอม เหตระกูล หลังจากนั้นศิริมงคลก็ได้ออกหนังสือมาเล่มหนึ่งบอกเล่าเรื่องราวการตัดสินใจถ่ายรูปนู้ดครั้งนี้

แชมป์มวยโลกชาวไทย ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ ( 6 )

เลื่อนรุ่น

จากนั้นจึงเลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นที่ใหญ่กว่า และอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง ก่อนจะขึ้นชิงตำแหน่งแชมป์รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวทสถาบันเดิม เอาชนะ เคนโกะ นากาจิมา นักมวยชาวญี่ปุ่น ไปได้เมื่อปี พ.ศ. 2545 และป้องกันตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หนึ่งครั้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะแพ้ เฮซุส ชาเวซ นักมวยชาวเม็กซิกัน ในการชกไฟต์บังคับ ในปี พ.ศ. 2546 ที่สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลน่าสนใจหลังเกม บาร์ซา แมนยู

ลิโอเนล เมสซี่  ยิงไปแล้ว 24 ประตู จากการเจอกับสโมสรอังกฤษในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

และดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ทำไปแล้ว 4 ประตู จากการลงฟาดแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด 6 นัด ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

สกอร์รวมสองนัด  0-4  เป็นการพ่ายแพ้ที่มากที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการลงเตะรอบน็อกเอาต์ถ้วยยุโรป

สถิติของแมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงหลังถือว่าย่ำแย่มาก โดย ชนะ 2 นัด แต่แพ้ไปถึง  5 นัด

 

ผีพลาดง่าย เมสซี่เบิ้ล บาร์ซาชนะไปเด็ดขาด 3 – 0

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา  บาร์เซโลน่า เปิดสนามคัมป์นู ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยนัดแรกทีมเข้าบุญทุ่ม เอาชนะไปได้ก่อน 1-0

นาทีที่ 16  เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากเมสซี่ จากการเสียบอลของแอชลี ยัง

นาทีที่ 20 เจ้าบ้านมาบวกเพิ่มเป็น  2-0  จากเมสซี่คนเดิม ที่ยิงไปกลางประตู แต่เป็น เดเคอา ที่รับลูกง่ายๆหลุดเข้าประตูไป

นาที 61 บาร์เซโลน่า มานำหายห่วง   3-0  จาก ลูกเก่งของ คูตินโญ่ ที่ปั่นจากนอกกรอบเขตโทษเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดบ้านไล่ต้อนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้อย่างขาดลอย   3-0 รวมผลสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ ด้วยประตูรวม 4-0